Featured post

WordPress SEO Plugin ที่ดีที่สุด

การค้นหา wordpress seo plugin ที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานในเว็บ wordpress

เว็บ  Thaiseowp.com เลือกใช้ seo plugin ที่คนนิยมใช้มากที่สุดตัวหนึ่งคือ  WordPress SEO by Yoast  ด้วยเหตุผลที่เป็น plugin ฟรี และสามารถปรับแต่งได้ละเอียด  มี function มากมาย

wordpress seo

เนื่องจากเป็นการทดลอง  ดังนั้นเราจะไม่ลง plugin อื่นเพิ่มเติม  การตั้งค่า permalink  สำหรับเว็บ Thaiseowp.com จะใช้แบบเดียวกับอีกสี่เว็บคือ permalink ในรูปแบบ “%postname%”

permalink

theme ที่เลือกใช้ก็จะเหมือนกันทั้งห้าเว็บคือ  them Twenty Twelve (2012)  ผมเลือกใช้ theme นี้ไม่ใช้ theme 2013 เนื่องจาก 2013 ดูเ็ป็นรูปแบบบล็อก  และดูรกและสีสันดูฉูดฉาดเกินไปสำหรับผม  ในขณะที่ 2012 ดูสบายตามากกว่า

ในหน้าdashboard ใส่ tag ที่ไว้ verify สำหรับ google webmaster, bing และ alexa  ถ้าใช้การ verify แบบ upload file  หรือทำ verify ไว้ก่อนหน้าไปแล้ว  ก็ข้ามตรงนี้ไป

ตั้งค่า คำสั่ง Internal Links ใน Yoast  ให้เปิดการใช้งาน Breadcrumbs  แล้ว copy code ไปใส่ในส่วนที่ต้องการของ theme

หน้าตาของ Breadcrumbs ในเว็บเมื่อเปิดใช้งานแล้ว

ตั้งค่าให้ WordPress SEO by Yoast สร้าง XML Sitemaps

Yoast จะทำการสร้าง XML 5 file ให้กับเว็บของเราเพื่อให้ bot search engine  สามารถเก็บข้อมูลเว็บเรานำไปใช้

ในส่วนการเขียน post เมื่อเขียนบทความเสร็จให้ลงมาที่ด้านล่างจะพบกับตัวช่วย seo on page ของ Yoast

ที่จะให้คุณกำหนด  snippet และ focus keyword ได้  ซึ่งจะเตือนให้เราใส่ keyword ที่ต้องการในส่วนที่ต้องการเน้นอย่าง title และ content

function ในการตรวจสอบ seo onpage  ว่าเหมาะสมหรือไม่  ถ้าได้ รูปสีเขียวก็หมายถึง  คุณปรับ seo onpage

ของ Post นี้ได้อย่างเหมาะสมแล้ว

ที่ Page Analysis มีรายละเอียด seo onpage ในแต่ละข้ออยู่ว่า  สิ่งที่คุณเขียนลงไปในบทความนั้น  เหมาะสมกับ seo อย่างไร  ก็พยายามแก้ให้เป็นสีเขียวให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้

การตั้งค่า seo onpage ของ yoast นั้นยังสามารถตั้งค่าการแสดงผลใน social network อย่าง facebook และ google plus ได้

เมื่อมีคนนำ link เว็บของเราไปแชร์  คำอธิบาย link จะขึ้นตามที่เราตั้งไว้สำหรับเพจนั้น ๆ เพิ่มความน่าสนใจ

post นี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดลอง wordpress seo plugin

เพลงสรรเสริญพระบารมี

ก่อนสมัยรัชกาลที่ ๕ เราไม่มีทั้งเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของตะวันตก ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เรารับนายร้อยเอกทหารอังกฤษตกงานจากอินเดียมาเป็นครูฝึกทหารไทย ๒ คน ครูฝึกชาวอังกฤษเลยนำเอาเพลง “God Save the Queen” อันเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีราชินีอังกฤษ มาให้ทหารแตรไทยหัดเป่า ใช้เป็นเพลงถวายความเคารพพระมหากษัตริย์ไทยด้วย แต่ก็ใช้เฉพาะในกองทหาร ต่อมาพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ได้ใช้ทำนองเพลงนี้แต่งคำร้องเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี ให้ชื่อว่า “เพลงจอมราชจงเจริญ” ใช้ระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๓๙๕-๒๔๑๔ จึงถือได้ว่าเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติแรกของไทย

ใน ปี พ.ศ. ๒๔๑๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสสิงคโปร์ ทางการสิงคโปร์ซึ่งอยู่ในปกครองของอังกฤษ ได้ใช้กองดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลง “ก๊อดเซฟเดอะควีน” ถวายความเคารพ ทรงตระหนักว่าสยามจำเป็นจะต้องมีเพลงของตัวเอง จึงโปรดให้ตั้งคณะครูดนตรีไทยขึ้นเป็นที่ปรึกษา หาทำนองเพลงที่มีความเป็นไทยมาเป็นเพลงชาติแทนเพลงก๊อดเซฟเดอะควีน

คณะครูดนตรีไทยได้เลือกทำนองเพลง “บูหลันลอยเลื่อน” บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งเรียกกันว่า “เพล งพระสุบิน” มาใช้เป็นทำนอง แต่ให้เฮวุดเซน (Heutsen) ครูดนตรีในกรมทหารมหาดเล็ก ชาวฮอลันดา เรียบเรียงทำนองขึ้นใหม่ให้เป็นทางดนตรีตะวันตก ใช้ในระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๔๑๔-๒๔๓๑

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๓๑ สมัยรัชกาลที่ ๕ เช่นกัน โปรดให้ปโยตร์สชูโรฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) นักประพันธ์เพลงชาวรัสเซีย ประพันธ์เพลงประจำชาติขึ้นใหม่ ส่วนคำร้องเป็นของสมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ซึ่งทรงนิพนธ์ขึ้นเพื่อใช้ในพระราชพิธีลงสรงของสมเด็จพ ระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งก็คือ เพลงสรรเสริญพระบารมีในปัจจุบัน และใช้เป็นเพลงชาติ ระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๔๓๑-๒๔๗๕ ด้วย

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพลงนี้ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีโดยเฉพาะแล้วแต่งเพลงชาติขึ้นใหม่.

บุหลันลอยเลื่อน (5)

เพลงบุหลันลอยเลื่อน

บุหลันลอยเลื่อน (5)

พระองค์ทรงโปรดดนตรีไทยมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งซอสามสายเป็นเครื่องดนตรีที่ พระองค์โปรดปรานมากถึงกับพระราชทาน “ตราภูมิคุ้มห้าม”

แก่เจ้าของสวนที่มีกะลามะพร้าวชนิดที่ใช้กระโหลกซอสามสายได้ เพื่อมิต้องเสียภาษีอากร ซอสามสายที่เป็นคู่พระหัตถ์นั้นทรงพระราชทานนามว่า ” ซอสายฟ้าฟาด” เมื่อว่างจากพระราชกิจพระองค์มักจะทรงโปรดซอสามสายอยู่เสมอ ถ้าไม่รวมวงก็จะทรงเดี่ยวด้วยพระองค์เอง มีเรื่องเล่ากันว่า ” คืนหนึ่งหลังจากที่ได้ทรงซอสามสายอยู่จนดึกแล้วเสด็จเข้าที่บรรทม ก็ทรงสุบินว่า พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่สวยงามมาก และได้ทอดพระเนตรเห็นดวงจันทร์ลอยเข้ามาใกล้พระองค์ สาดแสงสว่างไสวไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้นก็พลันได้ทรงสดับเสียงดนตรีทิพย์อันไพเราะเสนาะกรรณเป็นอย่างยิ่ง จึงเสด็จประทับทอดพระเนตรทิวทัศน์อันงดงาม และทรงสดับเสียงดนตรีอันไพเราะอยู่ด้วยความเพลิดเพลินเจริญพระราชหฤทัย ครั้งแล้วดวงจันทร์ก็เริ่มถอยห่างออกไปในท้องฟ้า พร้อมกับเสียงดนตรีทิพย์ค่อยๆ ห่างจนเสียงหายไป ก็ทรงตื่นพระบรรทม

มื่อพระองค์ทรงตื่นจากพระบรรทมแล้ว เสียงดนตรีในทรงสุบินก็ยังกังวานอยู่ในพระโสตจึงโปรดให้ตามพนักงานดนตรีเข้า มาต่อเพลงไว้ แล้วพระราชทานนามว่า .” เพลงบุหลันลอยเลื่อน” หรือ “บุหลันเลื่อนลอยฟ้า” หรือบางทีเรียกว่า “เพลงสรรเสริญพระจันทร์” มีนักดนตรีจำสืบมาจนบัดนี้ แต่เป็นรู้จักกันดีในชื่อว่า ” เพลงทรงพระสุบิน” และเคยใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีในสมัยหนึ่ง ต่อมามีผู้แต่งเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นทำนองอย่างอื่นหรือเป็นทำนองฝรั่ง ขึ้น จึงเรียกเพลงทรงพระสุบินที่ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีนั้นว่า “เพลงสรรเสริญพระบารมีไทย” ถึง ๒ ครั้ง

ครั้งแรก
เมื่อสมัยรัชกาลที่ ๕ มีพระราชประสงค์ให้มีเพลงคำนับ หรือเพลงสรรเสริญของไทยขึ้น

ครั้งที่สอง
สมัยรัชกาลที่ ๖ มีพระราชประสงค์ให้มีเพลงสรรเสริญเสือป่า

ทำนองเพลงพระสุบินนี้เคยใช้เป็นทำนองในบทละครเรื่องอิเหนาประกอบบทร้องว่า
กิดาหยันหม่อมกรานอยู่งานพัด พระบรมโสมนัสอยู่ในที่
บุหลันเลื่อนลอยฟ้าไม่ราคี รัศมีส่องสว่างดังกลางวัน
พระนิ่งนึกตรีกไตรไปมา จะแต่งคูหาสะตาหมัน
ป่านนี้พระองค์ทรงธรรม์ จะนับว่าเคร่าคอยทุกเวลา

ซอสามสาย เป็นเครื่องดนตรีโบราณชนิดหนึ่งของไทยเรา มีชื่อตามลักษณะรูปร่าง คือ มี ๓ สาย เหมือนกับเครื่องดนตรีของจีนที่เรียกว่า สานเสียน (Sanhsien) และเครื่องดนตรีของญี่ปุ่นที่เรียกว่า ซามิเส็น (Shamisen) แต่ทั้งสานเสียน ของจีนและซามิเส็นของญี่ปุ้น เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีด สานเสียนของจีน กะโหลกเป็นรูปสี่เหลี่ยมลบมุมจนเกือบเป็นรูปไข่ ขึ้นหน้าด้วยหนังงูเหลือม และดีดด้วยนิ้วมือ ส่วนซามิเส็น ของญี่ปุ่น รูปกะโหลกเกือบจะเป็นสี่เหลี่ยม ด้านข้างโค้งเล็กน้อย ทั้งสี่ด้าน ขึ้นหน้าด้วยไม้ และดีดด้วยไม้ดีดรูปร่างคล้ายๆขวาน แต่เครื่องดนตรีทั้งสองชนิดนี้ ก็มีสามสายเช่นเดียวกับซอสามสาย

ซอสามสายมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ เครื่องอุ้มเสียงให้เกิดกังวานทำด้วยกะลามะพร้าวตัดขวางลูก ให้เหลือพูทั้งสามไว้ด้านหลัง เรียกว่า “ กะโหลก ” กะลาสำหรับทำกะโหลก ซอสามสายนี้ จะต้องมีรูปร่างงดงามมีพูทั้งสามนูนขึ้นมาคล้ายลักษณะหัวช้าง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ทรงพระราชทาน “ ตราภูมิคุ้มห้าม ” ให้กับเจ้าของสวนมะพร้าวพันธุ์นี้ ไม่ต้องเสียภาษีอากรทำให้บรรดาเจ้าของสวนมะพร้าว ทั้งหลายมีกำลังใจที่จะทำนุบำรุงมะพร้าวพันธุ์พิเศษนี้ เพื่อไว้ทำซอสามสายได้ต่อๆ มา ไม่ให้สูญพันธุ์ กะโหลกตรงที่ตัดออกนั้น ต้องขึงหน้าด้วยหนังลูกวัว หรือ หนังแพะ แต่ที่นิยมและมีคุณภาพเสียงดี หนังแพะจะได้คุณภาพที่ดีกว่า ดังปรากฎตามจดหมายเหตุ พ.ศ. ๒๕๓๗ ในรัชกาลที่ ๒ เป็นหนังสือของเจ้าพระยาอัครมหาเสนาบดีที่สมุหพระกลาโหม ถึงพระยานครศรีธรรมราช ฉบับหนึ่งแจ้งว่า “ ต้องพระราช ประสงค์หนังแพะที่ดีสำหรับจะทำซอ และกลองแขกเป็นอันมาก จัดหาหนังแพะที่กรุงเทพมหานครได้ดีไม่ จึงเกณท์มาให้เมืองนคร จัดซื้อหนังแพะ ที่ดีส่งเข้าไป จะเป็นราคาผืนละเท่าใด ให้บอกเข้าไปให้แจ้ง จะได้พระราชทานเงินราคาให้ “ คันซอสามสายที่เรียกว่า ทวนนั้น มีลักษณะกลม ตอนกลางค่อนข้างเล็ก ตอนบนและตอนล่างค่อยๆโตขึ้นทีละน้อย ปักเสียบกะโหลกตั้งขึ้นไป ทำด้วยไม้หรืองาช้าง ทวนกลางหุ้มด้วยโลหะทำลวดลายสวยงาม เช่น ถมหรือลงยา ทวนล่างต่อจากกะโหลกลงไป ใหญ่และค่อยๆเรียวเล็กลงไป กลึงเป็นปล้องๆอย่างงดงาม ต่อปลายด้วยโลหะแหลม สำหรับปักพื้นมิให้เลื่อนในเวลาสี ทวนบนเจาะรูสำหรับสอดลูกบิดเป็น ๓ อัน ตรงท่อนล่างเจาะรูร้อยเส้นใหม ๓ เส้นสั้นๆ สำหรับต่อสายซอ เรียกว่า “ หนวดพราหมณ์ ” สายซอจะต่อกับหนวดพราหมณ์ จึงผ่านหน้าซอ แล้วร้อยเข้าไปในรูทวนตอนบน สอดเข้าผูกพันกับลูกบิดสายละอัน สายที่มีเสียงสูงเรียกว่า “ สายเอก ” สายรองลงมาเรียกว่า “ สายกลาง ” และสายที่มีเสียงต่ำเรียกว่า “ สายทุ้ม ” การเทียบเสียงให้เทียบเสียงห่างกันเป็นคู่สี่ทั้งสามสาย (ซอล เร ลา) ตรงกลางคัน ทวนมีเส้นใหมหรือเอ็น พันสายทั้งสามรัดติดกับทวนหลายๆรอบ เรียกว่า “ รัดอก ” ตอนกลางหน้าซอค่อนขึ้นมาข้างบนมีไม้ทำเป็นรูปสะพานหนุนสายไม่ให้ติดกับหน้า ซอ เรียกว่า “หย่อง” ด้านซ้ายของหน้าซอติด “ถ่วงหน้า” ซึ่งทำด้วยโลหะ มีน้ำหนักสมดุลกับหน้าซอ เพื่อเป็นเครื่องสำหรับลดความสั่นสะเทือนของหน้าซอทำให้เพิ่มความไพเราะมาก ยิ่งขึ้น ถ่วงหน้านี้อาจประดับลวดลายฝังเพชรพลอยให้งดงามก็ได้ คันชักซอสามสายทำเป็นรูปโค้ง ขึงด้วยหางม้าประมาณ ๓๐๐ เส้น ตอนปลายของคันชักทำให้โค้งอ่อนปลับออกไป เพื่อให้จับได้สะดวก ไม้ที่ทำคันชักซอ ที่นิยมกันมากคือ ไม้แก้วที่มีลวดลายงดงาม คันชักซอสามสายนี้ มิได้สอดเข้าไปในระหว่างสาย เหมือนซอด้วง ซออู้ เวลาจะสีจับเอาคันชักมีสีทาบบนสายซอ ประสงค์จะสีสายใหนก็ทาบบนสายนั้น ก่อนจะสีต้องเอา ยางสนถูให้หางม้า มีความฝืดเสียก่อน เพราะซอสามสายมิได้ติดยางสนไว้เหมือนซอด้วงหรือซออู้ ซอสามสายนี้ มีผู้สร้างขึ้นมาอีกขนาดหนึ่งเป็นซอขนาดเล็กกว่าทั้งตัวซอและคันทวน มีความยาวประมาณ ๑ เมตรเท่านี้น เข้าใจว่า จะสร้างขึ้นเพื่อให้เหมาะกับนักดนตรีหญิง เรียกซอคันนี้ว่า “ ซอหลิบ ” มีเสียงสูงกว่า ซอธรรมดา ปรากฎว่าพระองค์มีฝีพระหัตถ์ ในทางสีซอสามสายเป็นเลิศพระองค์หนึ่ง ซอสามสายคู่พระหัตถ์มีชื่อว่า “ สายฟ้าฟาด “

เพลงชาติไทย

เพลงชาติไทย

เพลงชาติไทย

เพลงชาติไทย  เป็นชื่อเพลงชาติของประเทศไทยประพันธ์ทำนองโดย พระเจนดุริยางค์ ในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 คำร้องฉบับแรกสุดโดยขุนวิจิตรมาตรา ซึ่งแต่งขึ้นภายหลังในปีเดียวกันต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อร้องอีกหลายครั้งและได้เปลี่ยนมาใช้เนื้อร้องฉบับปัจจุบันเมื่อพ.ศ. 2482

ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้มีการใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงถวายความเคารพพระมหากษัตริย์ต่างชาติที่เสด็จเยี่ยมประเทศสยามตามธรรมเนียมสากลแม้เพลงดังกล่าวไม่ใช่เพลงชาติของประเทศสยามอย่างเป็นทางการก็ตามแต่ก็ถืออนุโลมว่าเป็นเพลงชาติโดยพฤตินัยตามหลักดังกล่าว เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใน พ.ศ. 2475คณะราษฎรได้ประกาศใช้เพลงชาติมหาชัย ซึ่งประพันธ์เนื้อร้องโดยเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เป็นเพลงชาติอยู่ 7 วัน (ใช้ชั่วคราว ระหว่างรอพระเจนดุริยางค์แต่งเพลงชาติใหม่)แต่ไม่ได้รับความนิยมจากประชาชนต่อมาจึงได้เปลี่ยนมาเป็นเพลงชาติฉบับที่แต่งทำนองโดยพระเจนดุริยางค์ เป็นเพลงชาติอย่างเป็นทางการแทนเพลงสรรเสริญพระบารมี

ที่มาของทำนองเพลงชาติปัจจุบันนั้น จากบันทึกความทรงจำของพระเจนดุริยางค์ได้เล่าไว้ว่า ราวปลายปี พ.ศ. 2474 เพื่อนนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งของท่าน คือ หลวงนิเทศกิจ (กลาง โรจนเสนา) ได้ขอให้ท่านแต่งเพลงสำหรับชาติขึ้นเพลงหนึ่ง ในลักษณะของเพลงลามาร์แซแยสซึ่งพระเจนดุริยางค์ได้บอกปฏิเสธเพราะถือว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงชาติอยู่แล้วทั้งการจะให้แต่งเพลงนี้ก็ยังไม่ใช่คำสั่งของทางราชการด้วย แม้ภายหลังหลวงนิเทศกลกิจจะมาติดต่อให้แต่งเพลงนี้อีกหลายครั้งก็ตามพระเจนดุริยางค์ก็หาทางบ่ายเบี่ยงมาตลอด เพราะท่านสงสัยว่าการขอร้องให้แต่งเพลงนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองประกอบกับในเวลานั้นก็มีข่าวลือเรื่องการปฏิวัติอย่างหนาหูด้วย

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ผ่านไปได้ประมาณ 5 วันแล้ว หลวงนิเทศกลกิจ ซึ่งพระเจนดุริยางค์รู้ภายหลังว่าเป็น 1 ในสมาชิกคณะราษฎรด้วย ได้กลับมาขอร้องให้ท่านช่วยแต่งเพลงชาติอีกครั้ง โดยอ้างว่าเป็นความต้องการของคณะผู้ก่อการ ท่านเห็นว่าคราวนี้หมดทางที่จะบ่ายเบี่ยงเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในเวลานั้นอยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ จึงขอเวลาในการแต่งเพลงนี้ 7 วัน และแต่งสำเร็จในวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ตนได้กำหนดนัดหมายวันแต่งเพลงชาติไว้ขณะที่นั่งบนรถรางสายบางขุนพรหม-ท่าเตียน เพื่อไปปฏิบัติราชการที่สวนมิสกวัน จากนั้นจึงได้เรียบเรียงเสียงประสานสำหรับให้วงดุริยางค์ทหารเรือบรรเลงและมอบโน้ตเพลงนี้ให้หลวงนิเทศกลกิจนำไปบรรเลงในการบรรเลงตนตรีประจำสัปดาห์ที่พระที่นั่งอนันตสมาคมในวันพฤหัสบดีถัดมาพร้อมทั้งกำชับว่าให้ปิดบังชื่อผู้แต่งเพลงเอาไว้ด้วย

อย่างไรก็ตามหนังสือพิมพ์ศรีกรุงก็ได้ลงข่าวเรื่องการประพันธ์เพลงชาติใหม่โดยเปิดเผยว่าพระเจนดุริยางค์เป็นผู้แต่งทำนองเพลงนี้ ทำให้พระเจนดุริยางค์ถูกเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์เสนาบดีกระทรวงวัง ตำหนิอย่างรุนแรงในเรื่องนี้ แม้ภายหลังพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรี จะได้ชี้แจงว่าท่านและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้คิดการแต่งเพลงนี้ และเพลงนี้ก็ยังไม่ได้รับรองว่าเป็นเพลงชาติเนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการทดลองก็ตาม แต่พระเจนดุริยางค์ก็ได้รับคำสั่งปลดจากทางราชการให้รับเบี้ยบำนาญ ฐานรับราชการครบ 30 ปี และหักเงินเดือนครึ่งหนึ่งเป็นบำนาญอีกครึ่งที่เหลือเป็นเงินเดือน โดยให้รับราชการต่อไปในอัตราเงินเดือนใหม่นี้ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้นเอง
ส่วนเนื้อร้องของเพลงชาตินั้น คณะผู้ก่อการได้ทาบทามให้ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) เป็นผู้ประพันธ์ โดยคำร้องที่แต่ขึ้นนั้นมีความยาว 2 บท สันนิษฐานว่าเสร็จอย่างช้าก่อนวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2475 เนื่องจากมีการคันพบโน้ตเพลงพร้อมเนื้อร้องซึ่งตีพิมพ์โดยโรงพิมพ์ศรีกรุง ซึ่งลงวันที่ตีพิมพ์ในวันดังกล่าวแม้เพลงนี้จะเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไปก็ตาม แต่เพลงนี้ก็ยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเป็นเพลงชาติและมีการจดจำต่อๆ กันไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครรู้ที่มาชัดเจน ดังปรากฏว่ามีการคัดลอกเนื้อเพลงชาติของขุนวิจิตรมาตราส่งเข้าประกวดเนื้อเพลงชาติฉบับราชการเมื่อ พ.ศ. 2476 โดยอ้างว่าตนเองเป็นผู้แต่งด้วย เนื้อร้องที่ขุนวิจิตรมาตราประพันธ์เริ่มแรกสุดก่อนที่จะมีการแก้ไขเมื่อมีการประกวดเนื้อเพลงชาติฉบับราชการ ใน พ.ศ. 2476 มีดังนี้ (โปรดเทียบกับเนื้อร้องฉบับราชการ พ.ศ. 2477 ในหัวข้อเพลงชาติไทยฉบับ พ.ศ. 2475 และ พ.ศ. 2477)
แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง     ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตต์แดนสง่า
สืบชาติไทยดึกดำบรรพ์บุราณลงมา     ร่วมรักษาเอกราษฎร์ชนชาติไทย
บางสมัยศัตรูจู่มารบ     ไทยสมทบสวนทัพเข้าขับไล่
ตะลุยเลือดหมายมุ่งผดุงผะไท     สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา
อันดินแดนสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย     น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า
เอกราษฎร์คือกระดูกที่เราบูชา     เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
ยึดอำนาจกุมสิทธิ์อิสสระเสรี     ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินของไทย     สถาปนาสยามให้เทิดชัยไชโย

เพลงชาติสยามฉบับราชการ พ.ศ. 2477
ในปี พ.ศ. 2477 รัฐบาลได้จัดประกวดเนื้อร้องเพลงชาติใหม่ ผลปรากฏว่าเนื้อร้องของขุนวิจิตรมาตรายังคงได้รับการรับรองให้ใช้อีกต่อไปแต่มีการเพิ่มเนื้อร้องของนายฉันท์ ขำวิไล เข้าต่อท้ายอีก 2 บท (แต่ละบทมีความยาว 8 วรรค)ทำให้เนื้อร้องเพลงชาติยาวมาก เพราะเนื้อร้องของเดิมของขุนวิจิตรมาตรามีความยาวถึง 2 บท (16 วรรค)อยู่แล้ว เมื่อรวมกับเนื้อร้องของนายฉันท์ด้วยแล้วเนื้อร้องเพลงชาติทั้งหมดจะมีความยาวถึง 32 วรรคหากจะร้องเพลงชาติให้ครบทั้งสี่บทจะต้องใช้เวลาร้องถึง 3 นาที 52 วินาที (เฉลี่ยแต่ละท่อนรวมดนตรีนำด้วยทั้งเพลงตกที่ท่อนละ 35 วินาที)ในสมัยนั้นคนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมร้องแต่เฉพาะบทร้องของขุนวิจิตรมาตราและต่อมาภายหลังจึงไม่มีการขับร้อง คงเหลือแต่เพียงทำนองเพลงบรรเลงเท่านั้น

เพลงชาติสยามฉบับสังเขป พ.ศ. 2478
ในปี พ.ศ. 2478 รัฐบาลของพระยาพหลพลพยุหเสนาได้ออกระเบียบการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478 (มีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน)ระเบียบดังกล่าวนี้ได้มีการกำหนดให้แบ่งการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติออกเป็น 2 แบบ คือ การบรรเลงแบบพิสดาร (บรรเลงตามความยาวปกติเต็มเพลง) และการบรรเลงแบบสังเขป ในกรณีของเพลงชาตินั้น ได้กำหนดให้บรรเลงเพลงชาติฉบับสังเขปในการพิธีที่เกี่ยวข้องกับประชาชน สโมสรสันนิบาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีปกติ ส่วนการบรรเลงแบบเต็มเพลงนั้นให้ใช้ในงานพิธีใหญ่เท่านั้น

ท่อนของเพลงชาติที่ตัดมาใช้บรรเลงแบบสังเขปนั้น คือท่อนขึ้นต้น (Introduction) ของเพลงชาติ (เทียบกับเนื้อร้องเพลงชาติฉบับปัจจุบันก็คือตั้งแต่ท่อน สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี จนจบเพลง) ความยาวประมาณ 10 วินาทีไม่มีการขับร้องใดๆ ประกอบ
เพลงชาติไทย พ.ศ. 2482 – ปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2482 “ประเทศสยาม” ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ประเทศไทย” รัฐบาลจึงได้จัดประกวดเนื้อร้องเพลงชาติไทยใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงชื่อประเทศ โดยกำหนดเงื่อนไขยังคงใช้ทำนองของพระเจนดุริยางค์อยู่เช่นเดิมแต่กำหนดให้มีเนื้อร้องความยาวเพียง 8 วรรคเท่านั้น และปรากฏคำว่า “ไทย” ซึ่งเป็นชื่อประเทศอยู่ในเพลงด้วย ผลการประกวดปรากฏว่าเนื้อร้องของพันเอกหลวงสารานุประพันธ์ ซึ่งส่งประกวดในนามกองทัพบกได้รับรางวัลชนะเลิศรัฐบาลไทยจึงได้ประกาศรับรองให้ใช้เป็นเนื้อร้องเพลงชาติไทย โดยแก้ไขคำร้องจากต้นฉบับที่ส่งประกวดเล็กน้อย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2482 และใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เนื้อร้องของหลวงสารานุประพันธ์
ซึ่งส่งประกวดในนามกองทัพบกไทยก่อนแก้ไขเป็นฉบับทางการมีดังนี
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย     เป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ยืนยงดำรงไว้ได้ทั้งมวล     ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด     เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี     เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย

การประกวดเพลงชาติครั้งนี้ได้ปรากฏหลักฐานว่ามีกวีและผู้มีชื่อเสียงในทางการประพันธ์เพลงหลายท่านเช่น เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี แก้ว อัจฉริยะกุล ชิต บุรทัต เป็นต้นซึ่งรวมถึงผู้ประพันธ์เนื้อเพลงชาติสองฉบับแรก (ขุนวิจิตรมาตรา และฉันท์ ขำวิไล) ได้ส่งเนื้อร้องของตนเองเข้าประกวดด้วย แต่ปรากฏว่าไม่ผ่านการตัดสินครั้งนั้นเฉพาะเนื้อร้องที่ขุนวิจิตรมาตราแต่งใหม่นั้น ปรากฏว่ามีการใช้คำว่า “ไทย” ถึง 12 ครั่ง

เนื้อเพลงชาติไทย
ฉบับปัจจุบัน

ทำนอง: พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)

คำร้อง: พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์)
ในนามกองทัพบก

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย

เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน

อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล

ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี

ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด

เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่

สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี

เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย

การจัดอันดับของ google โดย 200 ปัจจัย

การจัดอันดับของ google

การจัดอันดับของ google ส่วนมากพวกเราเราจะรู้จักแต่ algorithm หลัก ที่เป็นปัจจัยที่ google ใช้ในการจัดอันดับ ไม่ว่าจะเป็น pagerank, hilltop, trustrank, caffeine, panda, penguin และอื่น ๆ แต่สิ่งที่บางคนอาจไม่รู้คือ google ใช้ ปัจจัยมากกว่า 200 factors ในการจัดอันดับ คืออะไรบ้างเราลองมาดูกัน

1. อายุของโดเมน โดเมนที่มีอายุนานกว่าจะได้อันดับที่ดีกว่า สิ่งนี้ยืนยันโดย matt cutt

2. keyword ในชื่อโดเมน โดเมนที่มี keyword ในชื่อโดเมน จะได้เปรียบในการจัดอันดับในคำนั้น ๆ

3. keyword ในชื่อโดเมนโดยเป็นคำแรกของโดเมน อย่างเช่น ของเล่นใหม่.com ก็จะมีการจัดอันดับที่ดีในคำว่า “ของเล่น” มากกว่าโดเมนที่ไม่มีคำนี้ในชื่อ หรือมีคำนี้แต่ไม่ใช่คำแรกของชื่อโดเมน

4. การจดอายุโดเมนนาน ส่งผลต่อการจัดอันดับด้วย เนื่องจาก google มองว่าโดเมนที่ตั้งใจทำนั้นจะจ่ายเงินค่าโดเมนล่วงหน้าหลาย ๆ ปี ในขณะที่เว็บที่ทำแบบฉาบฉวยจะจดอายุเพียงปีสองปี ดังนั้นอายุที่เหลืออยู่ของโดเมนจะช่วยส่งผลกับอันดับด้วย

5. keyword ใน subdomain จะช่วยส่งผลที่ดีต่อการจัดอันดับเช่นกัน

6. ประวัติของโดเมนนั้น ๆ การที่โดเมนมีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของ หรือมีการหมดอายุแต่ไม่มีการต่อหลาย ๆ ครั้ง เป็นสิ่งบอก google ว่าโดเมนนี้ไม่ใช่โดเมนเก่า แต่เป็นโดเมนที่เริ่มทำใหม่ google อาจเริ่มนับค่าใหม่กับโดเมนประเภทนี้

7. โดเมนที่ชื่อโดเมนตรงกับ keyword เลย แน่นอนว่าโดเมนประเภทนี้จะทำอันดับได้ดีในคำนั้น ๆ แต่ถ้าเว็บนั้นถูกสร้างโดยไม่ใช่เว็บคุณภาพ google ก็จะลดอันดับโดเมนพวกนี้ลง ซึ่งตรงนี้ยืนยันโดย matt cutt

8. การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเจ้าของโดเมน whois การจดโดเมนเราสามารถเลือกจดแบบ private whois ซึ่งจะไม่เปิดเผยข้อมูลของเรา สิ่งนี้ google มองว่าถ้าเว็บที่ถูกต้อง ย่อมไม่กลัวการเปิดเผยข้อมูล การที่เว็บซ่อนเร้นอะไรบางอย่างย่อมไม่ใช่เรื่องดี

9. การลงโทษ โดยใช้ข้อมูล whois ถ้ามีเว็บใด ๆ ที่ google ลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง spam หรือการฝ่าฝืนข้อห้ามอื่น ๆ ของ google เว็บไซต์อื่นที่ข้อมูล whois เป็นเจ้าของเดียวกัน อาจโดนผลลบตามไปด้วย

10. นามสกุลโดเมน เช่น .th อาจช่วยส่งผลให้เว็บนั้นทำอันดับใน google.co.th ได้ดี เหมือนกับเว็บไซต์ ประเทศอื่น ๆ ที่จะทำอันดับในประเทศนั้น ๆ ได้ดี แต่สิ่งนี้อาจส่งผลการจัดอันดับใน google.com ที่แย่กว่าปกติ

11. keyword ในหัวข้อเว็บ ส่งผลกับการทำ seo ในคำนั้น ๆ

12. การใส่ keyword ในคำแรกของหัวข้อเว็บ

13. keyword ใน meta description

14. การใส่คำนั้น ๆ ที่ต้องการลงใน H1 tag

15. การใช้คำนั้น ๆ หลาย ๆ ครั้งในบทความ จะบอกว่าบทความนี้เกี่ยวข้องกับคำนั้น ๆ ส่งผลต่อการที่ search engine จะนำไปจัดอันดับ

16. จำนวนคำของบทความ บทความที่มีจำนวนคำมากกว่าย่อมส่งผลดีกว่าบทความที่มีจำนวนข้อความสั้น ๆ

17. ความหนาแน่นของคำที่ต้องการในบทความส่งผลต่อการจัดอันดับ แต่การใช้คำมากเกินไป ย่อมส่งผลเสียเช่นกัน

18. LSI (Latent semantic indexing keyword) ในบทความไม่ควรเน้นแต่คำที่ต้องการ แต่ควรเน้นคำที่เป็น LSI ด้วย คือ keyword ที่ใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องกัน

19. LSI ในหัวข้อ และ meta description

20. ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ ช่วยส่งผลต่อการจัดอันดับ ยิ่งไฟล์เล็ก โหลดได้เร็ว จะยิ่งมีผลดี

21. บทความที่ซ้ำกัน จะส่งผลเสียต่อการจัดอันดับ

22. การใช้ rel=canonical อย่างเหมาะสม จะทำให้ google รู้ว่าเราไม่ได้ตั้งใจทำบทความซ้ำกัน

23. ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บผ่าน browser chrome เป็นที่รู้กันว่า chrome เป็นของ google อะไรที่ chrome ไม่ปลื้ม google ก็ไม่ชอบตามไปด้วย

24. การทำ seo ให้กับรูปภาพ ไม่ว่าจะเป็นชื่อรูป alt text, title, description, caption ของรูป

25. ความสดใหม่ของบทความ เป็นสิ่งที่ caffeine algorithm ใช้ในการจัดอันดับ เพราะ google เชื่อว่า บทความที่เขียนไว้นาน ๆ อาจล้าสมัยไปแล้ว จึงสร้าง caffeine ขึ้นมาเพื่อให้บทความที่ใหม่กว่าซึ่งอาจจะมีข้อความที่มีข้อมูลที่ทันสมัยกว่า ได้อันดับที่ดีกว่า

26. การแก้ไขบทความ ทำให้ google รู้ว่าบทความนี้เปลี่ยนไป มีความสดใหม่กว่าบทความเก่า จะได้อันดับที่ดีขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นควรเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นการเขียนข้อความใหม่เพิ่มเข้ามา มากกว่าการเปลี่ยนแค่คำไม่กี่คำ

27. ความถี่ในการแก้ไขบทความ ยิ่งบทความเปลี่ยนบ่อย google ยิ่งรับรู้ถึงความสดใหม่ของบทความ

28. การมีคำที่ต้องการปรากฎอยู่ใน คำ 100 คำแรกจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การจัดอันดับของ google ให้ดีขึ้น

29. keyword ที่ต้องการใน H2, H3 tag

30. การเรียงคำที่ถูกต้องอย่างเช่น ทำบุญวันเกิด จะส่งผลให้อันดับคำว่า ทำบุญวันเกิด ดีกว่าการใช้ วันเกิดทำบุญ

31. การทำ Link ออกไปยังเว็บคุณภาพ

32. การทำ Link ออกไปเว็บอื่น อย่างเช่นถ้าเว็บของคุณเกี่ยวกับกระต่าย การทำ link ไปยังเว็บตุ๊กตาจากหน้านั้น อาจจะเป็นการบอก google ว่าหน้าเว็บนั้นเกี่ยวกับตุ๊กตากระต่าย ไม่ใช่แค่กระต่าย

33. การใช้ไวยากรณ์ที่ถูกต้อง สำหรับภาษาอังกฤษ การใช้บทความมั่ว ๆ ไวยากรณ์ไม่ถูกต้องจะส่งผลเสีย แต่ไม่แน่ใจว่า google เก่งขนาดรู้ไวยากรณ์ภาษาไทยและภาษาอื่น ๆ ได้หรือไม่ แต่การใช้อย่างถูกต้องไว้ก่อนก็เป็นสิ่งดี

34. บทความเป็นบทความที่คัดลอกมาหรือเป็นบทความที่เขียนขึ้นใหม่ บทความที่เขียนขึ้นใหม่ย่อมทำอันดับได้ดีกว่า

35. บทความเสริมที่เป็นประโยชน์จะช่วยให้เพิ่มคุณภาพให้กับหน้าเว็บ ซึ่งช่วยในการจัดอันดับของ google ดังนั้นการทำเว็บควรนึกถึงคนอ่านเว็บเราว่าจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากบทความของเรา

36. จำนวนลิงก์ออกที่ไม่มากเกินไป

37. การใส่รูป วีดีโอหรือไฟล์สื่ออื่น ๆ ในบทความจะช่วยเรื่องคุณภาพของบทความ

38. จำนวนของลิงก์ภายในเว็บเดียวกันที่ลิงก์มาหาหน้านั้น

39. คุณภาพของลิงก์ภายในเว็บเดียวกัน ความเกี่ยวข้องของเนื้อหาหน้าอื่นที่ลิงก์มาหา และ pagerank ของหน้านั้น ๆ

40. การที่มีลิงก์ออกไปยังหน้าเว็บที่ไม่มีอยู่ ส่งผลเสียต่อการจัดอันดับของเว็บ การที่เว็บมี link เสียจำนวนมากหมายถึง เว็บนั้นที่ถูกทิ้ง ไม่เอาใจใส่

41. ระดับการอ่าน เป็นสิ่งหนึ่งที่ google ใช้ในการจัดอันดับ แบ่งออกเป็นสามขั้น ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง แล้วแค่ระดับของคำศัพท์ที่ใช้ในบทความ ยิ่งเว็บเราจัดอยู่ในระดับสูงก็จะยิ่งได้อันดับดี แต่การจัดอันดับภาษาไทยคงไม่เหมือนภาษาอังกฤษ

42. ลิงก์ affiliate การมี link ประเภทนี้ในเว็บไซต์ก็ไม่ใช่ผลเสียอะไรตามใดที่คุณไม่ใส่มัน “มาก”เกินพอดี ซึ่งอาจจะโดน google เพ่งเล็งได้ว่าเป็นเว็บ “thin affiliate site” คือเว็บที่มีเนื้อหาน้อยเกินไป แต่มี link affiliate มากเกินไป

43. การใส่ tag html ผิดพลาด หรือการ verify wc3 แล้วมีความผิดพลาดจำนวนมาก เป็นสัญญาณว่าเว็บนั้นไม่ได้คุณภาพ แต่บางคนกลับคิดตรงข้ามเรื่องการ verify wc3 ว่าอาจให้ผลตรงข้าม

44.หน้าเว็บของโดเมนที่มี authority มากกว่าย่อมอันดับดีกว่าเว็บที่มีค่าน้อยกว่า

45.pagerank ของหน้านั้น PR ที่สูงกว่าย่อมได้อันดับดีกว่า

46.ความยาวของ URL   URL ที่ยาวมาก ๆ อาจเป็นผลเสียกับการมองเห็นของผลลัพท์การค้นหา

47. ที่อยู่ URL หรือ URL path ยิ่งหน้านั้นอยู่ใกล้กับหน้าแรกเว็บก็ย่อมได้ authority มากกว่าหน้าอื่น

48. แม้ว่ายังไม่มีการพิสูจน์  แต่ google เองมีสิทธิบัตรที่พูดถึงระบบที่อนุญาตให้ผู้แก้ไขที่เป็นคนจริง ๆ สามารถแก้ไขบางอย่างที่อาจส่งผลกับการจัดอันดับได้

49. หน้าหมวดหมู่ เป็นสิ่งที่รวบรวมหน้าที่มีเนื้อหาคล้ายกันเข้าด้วยกัน  ซึ่งจะทำให้อันดับหน้าที่อยู่ในหน้าหมวดหมู่ดีขึ้นในคำนั้น

50. ป้ายกำกับ เช่น wordpress tag การเชื่อมโยงบทความที่คล้ายกันเข้าด้วยกัน ซึ่ง wordpress tag ตอบสนองสิ่งนี้เป็นอย่างดี

51. การมี keyword ใน url

52. หมวดหมู่ใน URL ซึ่งอ่านได้โดย google อาจจะช่วยให้ google จัดอันดับและแสดงได้ดีขึ้นว่าหน้าเว็บเราเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร

53. การอ้างอิงและแหล่งที่มา หน้าเว็บที่มีการอ้างอิง และแหล่งที่มา อาจบอกถึงคุณภาพของหน้าเว็บนั้น ซึ่ง google เองก็ยังบอกว่าผู้อ่านนั้นควรจะดูว่าบทความมีแหล่งที่มาหรือไม่

54. การใช้ bullets และตัวเลข จะช่วยแบ่งบทความของคุณให้ผู้อ่าน อ่านง่ายขึ้น  ทำให้บทความเป็นมิตรกับผู้อ่านมากขึ้น google ชอบบทความที่มี bullets และตัวเลข

55. ลำดับหน้าในไฟล์ sitemap สิ่งนี้อาจส่งผลต่อการจัดอันดับเช่นเดียวกัน

56. การมีลิงก์ออกมากเกินไป  ส่งผลเสียต่อการจัดการอันดับของเว็บ

57. จำนวนคำอื่น ๆ ในหน้านั้นในการจัดอันดับ ถ้ามีคำอื่น ๆ อีกหลายคำที่หน้านั้นเน้น  ก็ส่งผลให้ google มองว่าเป็นหน้าคุณภาพ

58. อายุของหน้านั้น แม้ว่า google จะชอบเนื้อหาที่สดใหม่  หน้าเก่า ๆ ที่อัปเดตบ่อย ๆ ก็ให้ผลดีกว่าหน้าเว็บใหม่ ๆ

59. หน้าตาเว็บที่เป็นมิตรกับผู้อ่านทำให้ google มองว่าเป็นเว็บคุณภาพ

60. parked domain  google ให้ความสำคัญกับ parked domain น้อยลงตั้งแต่การอัปเดตเมื่อ Dec 2011

61. บทความที่มีประโยชน์

62. บทความที่มีสาระและไม่ซ้ำใคร  google นั้นลงโทษเว็บที่มีบทความซ้ำ ๆ หรือบทความน้อยแต่มี link ออกมากเกินไป

63. หน้าติดต่อเรา  เป็นสิ่งหนึ่งที่เว็บควรมี เพราะ google ชอบเว็บที่มีข้อมูลให้ติดต่อได้  และถ้าข้อมูลตรงกับ whois ก็อาจช่วยมากขึ้น

64. trustrank หรือ domain trust จำนวน link ที่เว็บคุณได้จากเว็บอื่น โดยเฉพาะเว็บที่มี trustrank สูงหรือเว็บที่ google เรียกว่า seed sites

65. โครงสร้างเว็บไซต์  ช่วย google จัดการกับบทความในเว็บคุณได้เป็นอย่างดี

66. การอัปเดตเว็บบ่อย ๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นเนื้อหาที่ไม่ซ้ำใคร

67. จำนวนหน้าเว็บ  เว็บที่มีจำนวนหน้าเยอะ ทำให้ google มองว่าเป็นเว็บคุณภาพ

68. การมีไฟล์ sitemap  ไฟล์นี้ช่วยให้ search engines รู้จักเว็บไซต์คุณดีขึ้น

69. site uptime การที่เว็บ down นั้นส่งผลเสียต่อการจัดอันดับเว็บคุณ

70. 71. 72. 73. 74. 75. 76. 77. 78. 79. 80. 81. 82. 83. 84. 85. 86. 87. 88. 89. 90. 91. 92. 93. 94. 95. 96. 97. 98. 99. 100. 101. 102. 103. 104. 105. 106. 107. 108. 109. 110. 111. 112. 113. 114. 115. 116. 117. 118. 119. 120. 121. 122. 123. 124. 125. 126. 127. 128. 129. 130. 131. 132. 133. 134. 135. 136. 137. 138. 139. 140. 141. 142. 143. 144. 145. 146. 147. 148. 149. 150. 151. 152. 153. 154. 155. 156. 157. 158. 159. 160. 161. 162. 163. 164. 165. 166. 167. 168. 169. 170. 171. 172. 173. 174. 175. 176. 177. 178. 179. 180. 181. 182. 183. 184. 185. 186. 187. 188. 189. 190. 191. 192. 193. 194. 195. 196. 197. 198. 199. 200.

Onpage SEO ปรับแต่งหน้าเว็บของคุณ

Onpage SEO

Onpage SEO

Onpage SEO สิ่งที่ควรปรับแต่งให้กับหน้าเว็บของคุณ

แม้ว่าการทำ SEO ในทุกวันนี้อาจะไม่ใช่สิ่งที่ search engine อย่าง google ปลื้มซักเท่าไหร่ แต่การทำ onpage seo ก็มีแต่ผลดี ไม่มีผลเสีย
ถ้าไม่ได้ทำมากจนเกินพอดี หรือทำแบบผิด ๆ คุณก็ไม่ต้องห่วงใด ๆ มีแต่จะทำให้อันดับของเว็บคุณดีขึ้น

การทำ onpage seo ทำได้โดยการเน้น seo
(1.) Title หัวข้อของเว็บหรือหน้าที่เราต้องการเน้น คำนั้น ๆ ก็ควรมีคำที่เราต้องการ และเป็นเหมือนการพาดหัวข่าว นอกจากจะมีคำที่ต้องการ การเขียนให้น่าสนใจก็ช่วยเรียกคนเข้าเว็บเป็นอย่างดี
(2.) Headings การใส่ Meta Keyword, Meta Description ให้ใส่คำที่เราต้องการแม้ว่า search engine จะให้ความสำคัญน้อยลง แต่ก็ยังใช้มันอยู่และ search engine ก็นำไปใช้ในการแสดงผลการค้นหา ถ้าเขียนให้ดี ๆ แล้วก็ช่วยดึงดูดความสนใจได้ดีทีเดียว
(3.) เนื้อหา การเน้นคำที่ต้องการด้วย H1-H6 ตัวหนา ตัวเอียง และการเน้นใช้คำนั้นบ่อย ๆ โดยที่ไม่มากเกินไป จะช่วยให้ search engine รู้ว่าเว็บเรานั้น เขียนบทความโดยเน้นที่คำไหน ช่วย search engine จัดอันดับเว็บเราได้ง่ายขึ้น
(4.) Text Link – Anchor Text การใส่ link ด้วยคำที่ต้องการไปยังหน้าในเว็บเดียวกัน จากบทความเรื่องเดียวกัน ช่วยทำให้อันดับในคำ ๆ ของเว็บเราดีขึ้น
(5.) Image ALT Tags – เพื่อให้เกิดประโยชน์ด้าน SEO ด้วย การค้นหาโดยค้นรูปก็เป็นการค้นหาที่มีคนใช้จำนวนมาก การทำ seo ให้กับรูปของเราไม่ว่าจะเป็นตั้งชื่อรูป ตั้งค่า alt text ช่วยอันดับได้ดีมาก
(6.) html tag การตรวจสอบ tag html ว่าไม่มีข้อผิดพลาดใด
(7.) ขนาดไฟล์หน้าเว็บ ยิ่งมีขนาดเล็ก ก็ยิ่งทำให้ search engine เก็บข้อมูลได้ง่าย

…หากว่าเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน
หากว่าเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน
หากว่าเรากำลังมีสุขหมดเรื่องทุกข์ใดใดทุกสิ่ง
มัวประวิงอะไรกันเล่า
จงปรบมือพลัน

🙂

Costa Coffee ร้านกาแฟสำหรับผู้หลงไหลในรสชาติกาแฟ

ร้านกาแฟ

ร้านกาแฟพรีเมียมจากประเทศอังกฤษ “คอสต้า ค็อฟฟี่” (Costa Coffee)สำหรับคอกาแฟตัวจริงเสียงจริงที่บินลัดฟ้าจากกรุงลอนดอน มาเปิดร้านสาขาแรกในประเทศไทย ที่ถือเป็นเรือธงในการเข้ามาสู่ตลาดของประเทศไทย ที่ Food Hall ชั้น G สยามพารากอน โดยร้านนี้ถือว่าเป็นร้าน Costa coffee สาขาที่ 1,000 ของโลก ซึ่งจุดเด่นของ Costa Coffee จะอยู่ที่ความเข้มข้นของกาแฟ “มอคคาอิตาเลีย” เมล็ดกาแฟซึ่งผ่านกระบวนการบดและคั่วเป็นพิเศษ ทำให้รสชาติของกาแฟ Costa coffee มีความเข้มข้นต่างจากกาแฟทั่วไป

บรรยากาศภายในร้านของ Costa coffee ก็ยังเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ในร้านยังออกแบบให้เปิดโล่งเพื่อแสดงการทำกาแฟในแต่ละขั้นตอนของบาริสต้าของเรา ซึ่งลูกค้าจะรู้สึกได้ถึงความพิถีพิถันและเอาใจใส่ในการทำกาแฟ ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมในทุกแก้ว นอกจากนี้ ยังมีเมนูซิกเนเจอร์แปลกใหม่มากมาย เช่น เครื่องดื่มสำหรับเด็ก Babycino และ Chocolate Babycino พิเศษสุดเฉพาะเมืองไทยมีขนมอร่อยๆให้ทานคู่กาแฟรสกลมกล่อม น่าชิม อาทิเช่น พายไก่ พายเนื้อ เค้กมะพร้าวครีมสด และอื่น ๆ อีก มาสัมผัสกับกาแฟรสชาติอังกฤษแท้ได้ที่ร้าน Costa cofee

การทดสอบ seo plugin ร้านกาแฟ